สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้หลายประเทศเร่งมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะที่บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้าลดการใช้พลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง จนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 20,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 11.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 531 ต้นต่อปี พร้อมลดค่าไฟกว่า 2.8 แสนบาท ลดก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงด้วยการ WFH ได้ราว 3.65 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า สะท้อนความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรสื่อที่เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG.
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีการปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศโอมานและอิหร่าน จุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานของโลก
การปิดช่องแคบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบการค้าและพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 1 ใน 4 ของปริมาณการค้าพลังงานทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างเร่งด่วน
ในประเทศไทย รัฐบาลได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมประหยัดพลังงาน พร้อมมีมาตรการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน สามารถปฏิบัติงานในรูปแบบ Work From Home รวมถึงพิจารณามาตรการเพิ่มเติม หากสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ
ด้านบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการยกระดับมาตรการอนุรักษ์พลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ การปิดระบบปรับอากาศในช่วงพักกลางวันและก่อนเลิกงาน 30 ถึง 60 นาที การจัดรูปแบบ Work From Home ตามแผนบริหารพลังงาน รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดทันทีหลังใช้งานเสร็จ

ผลการติดตามการใช้พลังงานระหว่างเดือนเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 พบว่า สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ไฟฟ้ารวม 1,046,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง ลดลง 20,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง or ร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 1,066,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง
การลดการใช้พลังงานดังกล่าว ส่งผลให้ ค่าไฟฟ้าลดลง 283,266.15 บาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 6.2 พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 11,562 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ซึ่งเทียบเท่ากับ การปลูกต้นไม้ 531.1 ต้นต่อปี
ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยยังปรับลดลง จาก 4.3194 บาทต่อหน่วย ในปี 2568 เหลือ 4.1312 บาทต่อหน่วย ในปี 2569 หรือลดลง 0.1882 บาทต่อหน่วย สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและการควบคุมต้นทุนด้านพลังงานที่ดีขึ้นขององค์กร
นอกจากนี้ผลสำรวจการปฏิบัติงาน Work From Home (WFH) จากการทำงานของพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 76 คน ในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วยลดการเดินทางได้รวมกว่า 2,799 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3,645.94 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ซึ่งก่อนเข้าร่วมโครงการ พนักงานส่วนใหญ่เดินทางมาทำงานด้วย รถยนต์ส่วนบุคคล รองลงมาคือรถจักรยานยนต์ ขณะที่บางส่วนใช้ รถไฟ รถโดยสารสาธารณะ และรถสองแถว หรือใช้การเดินทางหลายรูปแบบร่วมกัน ดังนั้น การทำงานจากที่บ้านจึงช่วยลดการใช้ยานพาหนะ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษจากการเดินทาง และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้ในอีกทางหนึ่ง
ผลสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมขับเคลื่อนองค์กรสื่อสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
เพราะทุกหน่วยพลังงานที่ประหยัดได้ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนองค์กร แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย




