กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE ได้จัดกิจกรรม Earnings Call เพื่อนำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยได้เปิดวิสัยทัศน์และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในวงกว้าง พร้อมเปิดโอกาสให้มีการซักถามข้อมูลกับผู้บริหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งการร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำนโยบายการเปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียมตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้นโยบาย ESG ของบริษัท ซึ่งนำเสนอข้อมูลโดยคุณนรัญจ์ พุ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม (Group CFO) และคุณณัฏฐพงษ์ โสภณธนกิจ นักลงทุนสัมพันธ์

โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา ONEE สามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 1,828.52 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24.86% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิรวม 48.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนสุทธิ 22.42 ล้านบาท  ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 315.11% ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการใช้กลยุทธ์ขยายฐานผู้บริโภคควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น


ในส่วนของโครงสร้างรายได้ กลุ่มธุรกิจ Idol Marketing ได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโตใหม่ หรือ New Growth Engine ที่โดดเด่นที่สุด โดยทำรายได้รวม 1,080.09 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 64.20% จากปีที่ผ่านมา รายได้หลักมาจากการบริหารจัดการศิลปินในเครือกว่า 300 คนที่สร้างรายได้ 423.64 ล้านบาท เพื่อตอบรับกระแส Influencer Marketing ระดับสากล ตามมาด้วยรายได้จากสินค้าลิขสิทธิ์หรือ Merchandising สร้างรายได้ 354.87 ล้านบาท เติบโต 126.91% จากปีที่ผ่านมา โดยมีสินค้ากลุ่ม Mascot อย่าง “โพก้าซัง” (Polcasan) เป็นหัวเจาะสำคัญที่สร้างกระแสฟีเวอร์ทั้งในช่องทางออนไลน์และหน้างานกิจกรรมต่างๆ ขณะที่ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ทั้งในและต่างประเทศสร้างรายได้ 301.58 ล้านบาท เติบโต 98.23% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตจากการต่อยอดกระแสความนิยมในตัวศิลปินจากซีรีส์แนว Boy Love และ Girl Love

ทางด้านกลุ่มธุรกิจ Content Marketing มีรายได้รวม 719.29 ล้านบาท แม้ว่าในภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อจะมีความผันผวน ซึ่งส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้มีการปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด แต่ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่องทางพื้นฐานหลักในการนำเสนอและสร้างภาพลักษณ์ให้กับดาราศิลปินในสังกัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งถือเป็นต้นน้ำสำคัญที่ช่วยต่อยอดกระแสความนิยมไปสู่กลุ่มธุรกิจ Idol Marketing เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้หมุนเวียนในระบบนิเวศของบริษัทได้อย่างครบวงจร

โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่โอกาสใหม่ๆ เช่น การร่วมทุนกับ BJC Big C ในโมเดล Content Meets Commerce, การลงทุนในช่องนางแมวป่า โดยนำคอนเทนต์จาก Online Platform มาฉายบน TV เพื่อเข้าถึงผู้ชมในกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น, และการลงทุนใน Gemmistry Soul ซึ่งเป็นธุรกิจพัฒนา Mascot Artist และ Character IP ตัวใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายและเปิดโอกาสในการทำแบรนด์ Partnership

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2026 ONEE ยังคงตอกย้ำกลยุทธ์ 4 เสาหลักเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน เสาหลักแรกคือการยกระดับคอนเทนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล โดยเรามุ่งพัฒนาคอนเทนต์ไทยให้มีดุลยภาพระหว่างความเป็นไทยและการสื่อสารในระดับโลก เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเวทีสากลควบคู่ไปกับมาตรฐานการผลิตที่ทั่วโลกยอมรับ

ในเสาหลักที่ 2 บริษัทมุ่งรุกตลาดแบบ Segmented Markets เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมเฉพาะกลุ่มอย่างลึกซึ้ง บริษัทได้นำกลยุทธ์ Segmented Storytelling มาใช้ในการพัฒนาคอนเทนต์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม

เสาหลักที่ 3 คือการขยาย Idol Marketing Ecosystem แบบครบวงจร โดยเราต่อยอดความนิยมของศิลปินและคอนเทนต์ไปสู่มูลค่าทางธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งในด้านลิขสิทธิ์สินค้าและการตลาดร่วมกับแบรนด์ ทำให้แฟนคลับได้เชื่อมต่อกับศิลปินอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

เสาหลักสุดท้ายคือการผลักดัน oneD Application ให้เป็น Digital Entertainment Hub ของคนไทย ที่สมบูรณ์แบบ โดยเราจะรวบรวมคอนเทนต์ทั้งหมดของกลุ่มบริษัทไว้ในที่เดียว และสามารถเข้าดูได้จากทุกอุปกรณ์ ทั้ง Smart Phone, Tablet, คอมพิวเตอร์ รวมถึง TV Digital ซึ่งบริษัทจะมุ่งสร้างรายได้ทั้งจากค่าสมาชิกและโฆษณา และการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรต่างๆ จะช่วยเร่งยอดสมาชิกและทำให้ oneD กลายเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงอันดับหนึ่งที่เชื่อมต่อคอนเทนต์ ศิลปิน และแฟนคอมมูนิตี้ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงของกลุ่มบริษัทในระยะยาว

กิจกรรม Earnings Call ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นและถ่ายทอดสดร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.15 – 14.00 น.